ทิป บ๊อก ยุค 4.0

ทิป บ๊อก ยุค 4.0
ทิป บ๊อก ยุค 4.0

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561


“ หากันจนเจอ“หลังจากกันกว่า 20 ปี หนุ่มโรงานแบตเตอรี่ไต้หวันใช้ facebook แชทค้นหาพ่อกว่า 4 ปี ด้านพ่อร่ำไห้ รับว่า พ่อเลวมากที่ทิ้งลูก

  วันนี้(29 พ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านค้าแห่งหนึ่ง บนถนนเพชรเกษม พื้นที่ ม.6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อพบนายพัฒน์พงศ์ สุขประวิทย์ ผญบ.ม.6 และนายกนกพงศ์(บุญพริ้ง) สดชื่น อยู่บ้านเลขที่ 26/2 ม.6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร โดยนายพัฒน์พงศ์ ได้กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพี่เชิดกู้ภัยว่ามีดีเจตู่ขอข้อมูลของลูกบ้าน เนื่องจากมีการประสานผ่านทางfacebook จากผู้ใช้ที่ประเทศไต้หวันว่ากำลังตามหาพ่ออยู่ จึงได้ประสานนายกนกพงศ์ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นผู้ที่ถูกตามหาอยู่
  ด้านนายกนกพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 43 ปี โดยเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้อยู่กินกับนางจารุณี แสนก๋า จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย และได้แยกทางมาอยู่ที่จังหวัดชุมพรบ้านเกิดตั้งแต่นั้นมา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้พยายามติดตามถามข่าวก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนตัวเองมาเริ่มประกอบอาชีพเพาะชำไม้สวน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ขาย พร้อมกับมีครอบครัวใหม่ มีลูกแล้ว 2 คน คนแรกเรียนอยู่ชั้น ป.4 อีกคนอยู่อนุบาล 2 





  “ ผมเลวเองครับ ที่ทิ้งลูกมาทั้งๆที่ยังคลานอยู่เลย ที่ผ่านได้แต่สำนึกผิดแต่ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่แอบเสียใจอยู่คนเดียว พยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ ถ้าย้อนอดีตไปได้ก็จะไม่ให้เหตการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และพอทราบข่าวว่า ลูกพยายามตามหามาโดยตลอดก็ดีใจมาก หากเก็บเงินได้เมื่อไหร่ก็จะเดินทางไปหาลูกทันที ส่วนตอนนี้ที่ทำได้ก็จะรีบทำงานเก็บเงินไปซื้อโทรศัพท์ที่สามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ เพื่อจะได้วีดีโอคอลกับลูกได้” นายกนกพงศ์ กล่าว
  น.ส. ศิริธร(ดีเจตู่) อุชชิน กล่าวว่า ได้มีผู้ใช้ facebookชื่อ ป๋าเค’หัวหอม สนทนาในแชทสอบถามมาว่า รู้จักนายบุญพริ้ง อายุประมาณ 40 ปี เศษ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำวังใหม่หรือไม่ ตอนแรกก็นึกสงสัยอยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยเกรงว่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ แฝงตัวมา เลยพยายามตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และได้ประสานพี่เชิดกู้ภัย จนได้ทราบข้อมูลว่า นายบุญพริ้ง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกนกพงส์ อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.วังใหม่ จึงได้ประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านในเวลาต่อมา


  ด้านนาย กฤษณะ(เค)  สดชื่น   อายุ 22 ปี กล่าวผ่านแชทวิดีโอfacebook ว่า ตนเองทำงานอยู่ที่โรงงาน GS แบตเตอรี่ ประเทศไต้หวัน มาเป็นเวลา 1 ปี แล้ว ที่ผ่านมาได้พยายามตามหาพ่อที่จากกันมานานกว่า 20 ปี เพราะไม่เคยเห็นหน้าพ่อไม่รู้แม้แต่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มีเพียงสูติบัตรของพ่อชื่อนาย บุญพริ้ง สดชื่น อายุ 44 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 1 ม. 4 ต.วังใผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร แม่ชื่อนาง จารุณี  แสนก๋า อยู่ จ.เชียงราย โดยได้พยายามแชทใน facebook สอบถามทุกๆคนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.วังใหม่ ว่ารู้จักพ่อหรือไม่มาเป็นเวลา 3-4 ปี จนกระทั่งเจอตัวในที่สุด


  “ ได้ค้นหาที่อยู่ในfacebook แชทสอบถามทุกๆคนที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร มากว่า3-4 ปี จนกระทั่งพบตัว ต้องขอคุณสื่อที่ช่วยประสานงานจนได้เจอตัวพ่อ แม้ว่ายังจะยังไม่มีโอกาสได้มาเจอตัวจริงเพราะยังติดสัญญาทำงานให้ครบ 3 ปี พอครบสัญญาจะรีบเดินทางมาพบพ่อทันที  ” นาย กฤษณะ กล่าวผ่านแชทวีดีโอ
  อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สนทนาสอบถามข้อมูลกับ ผญบ.และนายกนกพงศ์ กว่า 30 นาที ก็ถึงวินาทีแรกที่ พ่อกับลูก ได้พบหน้ากันผ่านแชทวีดีโอfacebook ทั้งคู่นิ่งไปกว่า 1 นาทีท่ามกลางน้ำตาที่ไหลพรากมาพร้อมๆกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามทั้งคู่ว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ แต่สายของทั้ง2 จ้องมองกันอยู่ตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำว่าคุณพ่อรู้สึกอย่างไร เสียงตอบแบบสั่นเครือว่า ดีใจจนน้ำตาไหล ในขณะเดียวลูกก็ตอบว่า ดีใจจนน้ำตาไหลเช่นกัน จากนั้นทั้งคู่ก็แลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กัน




ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย (นิด ดาวใต้)

ห่มผ้าพระราชทาน พระปรางค์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (วัดสุทธาวาสธาราม)


ห่มผ้าพระราชทาน พระปรางค์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  (วัดสุทธาวาสธาราม)


ที่วัดประเดิม (วัดสุทธาวาสธาราม) วัดประเดิม อ.เมือง จ.ชุมพร นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีห่มผ้าพระธาตุ ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันวิสาขบูชา มี หัวหน้าหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก ร่วมให้การต้อนรับ  พระปรางค์วัดประเดิมเป็นพระปรางค์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี ต่อมาประชาชนชาวชุมพรร่วมกับทางราชการได้ขอพระราชทานผ้าเพื่อใช้ห่มองค์พระปรางค์ เนื่องในวันวิสาขบูชา และได้จัดพิธีห่มผ้าพระราชทานในวันนี้   วัดประเดิม (วัดสุทธาวาสธาราม) ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มีพระปรางค์ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุวัดประเดิม กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีจังหวัดชุมพร ตาม


ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๓ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙ เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชา
วัดประเดิม (วัดสุทธาวาสธาราม) ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ได้จัดกิจกรรม ทางศาสนาและห่มผ้าพระปรางค์เป็นประจำทุกปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าห่มพระปรางค์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา และหลังจากนั้นมีพระราชกระแสให้จังหวัดชุมพร ร่วมกับประชาชนในพื้นที่จัดทำผ้าห่ม พระปรางค์ประดับอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ.”  ผืนใหม่ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ในปีต่อไปจนถึงปีปัจจุบันและในปีนี้ผ้าห่มยังได้จัดทำให้มีขนาดกว้าง 45 นิ้ว ความยาวถึง 69 เมตรเพื่อที่จะได้ไห้ประชาชนแห่ผ้าได้อย่างทั่วถึงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องใน โอกาสวันวิสาขบูชา ณ วัดประเดิม หมู่ที่ 2 ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร และเนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีและโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร นับเป็นเกียรติประวัติของวัด และเป็นความปลาบปลื้มใจของชาวจังหวัดชุมพรอีกด้วย โดยพิธีเริ่มจาก การอัญเชิญผ้าห่มพระปรางค์ฯ พระราชทาน จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพรขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ก่อนขบวนรถบุษบกแห่ผ้าห่มพระปรางค์พระราชทานสู่มลฑลพิธีวัดประเดิม และอัญเชิญไปประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสร็จแล้วพระสงฆ์ทรงสมณะศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์สมโภชผ้าห่มฯ พระราชทาน ก่อนอัญเชิญผ้าเดินเวียนรอบพระปรางค์ที่ประดิษฐานสถานพระบรมสารีริกธาตุ ๓ รอบ แล้วจึงประกอบพิธีห่มผ้าพระปรางค์ฯ




สำหรับประวัติพระบรมสารีริกธาตุวัดประเดิม ขุดพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๑ โดยหลวงปู่เวศ ภูริปญโญ เจ้าอาวาสวัดประเดิมสมัยนั้นจะสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ แต่พื้นที่ที่จะสร้างนั้นเป็นที่ต่ำ จึงให้คนงานรื้อวิหารและเจดีย์เก่า ที่ชำรุด ซึ่งใต้ฐานพบลูกกลม ๆ ขนาดใหญ่ทำด้วยปูน เมื่อคนงานทุบแตก ก็พบบาตรดินโบราณ ข้างในมีผอบเงินผอบทอง และของมีค่าอื่นๆ อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเม็ดเท่าเมล็ดข้าวโพดขนาดใหญ่สีขาว และสีต่าง ๆ ปนอยู่ด้วย คนงานที่รื้อเจดีย์จึงนำเม็ดเหล่านั้นไปให้หลวงปู่เวศ เมื่อท่านรับจากคนงานแล้ว ก็ใส่ปากอมอยู่สักครู่ท่านก็บอกว่า "พระบรมสารีริกธาตุ" โดยสันนิษฐานว่า พระบรมสารีริกธาตุ คงจะบรรจุในเจดีย์เป็นเวลา หลายร้อยปี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ พระสังวรสมาธิวัฒน์ พร้อมด้วยคุณหญิงอนุกิจ วิธูร จากกรุงเทพมหานคร ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดประเดิม ไปวันสระเกศกรุงเทพมหานคร เพื่อถวายสมเด็จพระสังฆราช ให้ท่านทรงพิจารณาว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงหรือไม่ เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทานได้ทรงพิจารณาแล้ว ท่านทรงรับรองว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริง และได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจำนวนหนึ่งเพื่อร่วมบรรจุร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุของวัดประเดิม และทางวัดประเดิมได้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระปรางค์ เมื่อวันอังคาร ที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๑ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก









ภาพ-ข่าว ธนากร โกศลเมธี

เปิดค่ายครอบครัวสุขสันต์สมานฉันท์สังคมไทย”สร้างภูมิคุ้มกันการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน”


เปิดค่ายครอบครัวสุขสันต์สมานฉันท์สังคมไทย”สร้างภูมิคุ้มกันการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน”




 วันนี้ (28 พ.ค.2561)ที่โรงเรียนอนุบาลเมืองชุมพรวัดสุบรรณมิตร อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดโครงการค่ายครอบครัวสุขสันต์สมานฉันท์สังคมไทย จังหวัดชุมพร ประจำปี 2561 โดย จังหวัดชุมพร ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จัดกิจกรรมเพื่อให้ครอบครัวได้รับความรู้ความเข้าใจ เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการดูแลบุตรหลานที่เป็น นักเรียน นักศึกษา ได้อย่างเหมาะสม พร้อมกับสร้างความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ระหว่างนักเรียน นักศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยมี นายวินัย คุณวุฒิ ศึกษาธิการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ นักเรียน รวมทั้งผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
 นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า สังคมไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาหลากหลาย ทั้งด้าน เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาชน ซึ่งจะเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติ การจะสร้างอนาคตของเด็กและเยาวชน สิ่งสำคัญก็คือ "ครอบครัว" มีความอบอุ่น แบ่งปันและเกิดความผูกพัน สมาชิกในครอบครัวต้องรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนว่าควรทำอย่างไร สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะก่อให้เกิดความสุขและความสมานฉันท์ของสมาชิกในครอบครัว นำไปสู่ความสุขและความสมานฉันท์ในประเทศชาติ มีแต่ความเจริญก้าวหน้า "มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน" อยู่ในสังคมโลกได้อย่างปกติสุข


 นายวินัย คุณวุฒิ ศึกษาธิการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ครอบครัวอ่อนแอขาดความเข้มแข็ง เป็นครอบครัวเลี้ยงเดียวผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หรือออกไปทำงานแต่เช้า ไม่มีเวลาให้บุตรหลาน ทำให้ขาดการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ขาดสัมพันธ์ภาพระหว่างครอบครัว จึงได้มอบหมายให้ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร ดำเนินการจัดทำโครงการค่ายครอบครัวสุขสันต์สมานฉันท์สังคมไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างครอบครัว ให้พ่อ แม่ ลูก ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความอบอุ่นแก่กันและกัน มีสัมพันธภาพอันดี มีภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต และเกิดกระบวนการเรียนรู้ การเลี้ยงดูบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม โดยมีกิจกรรมฐานการเรียนรู้ จำนวน 4 ฐาน ประกอบด้วย 1.ฐานวิถีชีวิตศิลปวัฒนธรรม 2.ฐานเศรษฐกิจพอเพียง 3.ฐานครอบครัวสุขสันต์ 4.ฐานทักษะชีวิตและการสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นต้น




ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย (นิด ดาวใต้)

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังบุกจู่โจมตรวจค้น ป้องปรามการค้ามนุษย์ในเรือประมงทะเล


ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังบุกจู่โจมตรวจค้น ป้องปรามการค้ามนุษย์ในเรือประมงทะเล








  วันนี้ (22 พฤษภาคม 2561) นายกองเอก วิระ ทองพิจิตร  ปลัดจังหวัดชุมพร ในฐานะ หน.ฝอ.บก.อส.จ.ชุมพร มอบหมายให้ นายหมวดเอก ยอดชาย ศศิธร หน.แผนกกำลังพล บก .อส.จ.ชุมพร นำกำลังพล สมาชิก อส.กองร้อย อส.จ.ชุมพร ที่ 1 ออกตรวจบูรณาการ ร่วมกับ คณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจคุ้มครองแรงงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ตามคำสั่งจังหวัดชุมพร  ที่ 3861/2559 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ออกตรวจบูรณาการฯ เรือประมง ประจำเดือนพฤษภาคม 2561








  นายหมวดเอก ยอดชาย ศศิธร หน.แผนกกำลังพล บก .อส.จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ) นายกองเอก วิระ ทองพิจิตร  ปลัดจังหวัดชุมพร ได้มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับ คณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจคุ้มครองแรงงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีการสนธิกำลังกัน ทั้ง ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นำกำลังออกตรวจค้นเรือประมงในทะเล ประจำเดือนพฤษภาคม 2561
  “ มีเรือผ่านการตรวจ จำนวน 19 ลำ มีลูกจ้าง รวม 376 คน แยกเป็น สัญชาติไทย 76 คน เมียนมา 269 คน ลาว 2 คน และกัมพูชา 29 คน และได้ทำการสุ่มสัมภาษณ์ลูกจ้างแรงงานต่างด้าว 20 คน สัญชาติเมียนมา 19 คน กัมพูชา 1 คน ผลการตรวจ ไม่พบการกระทำความผิด ไม่มีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน เรือทุกลำปฏิบัติถูกต้องตามกฏหมาย “ นายหมวดเอก ยอดชาย กล่าว







ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย  (นิด ดาวใต้)

“ทุเรียนสีทองถ้ำสิงห์ ของแปลกแต่ดี สวนบุญมี” เป็นตาปูขาไข่ปลาสีทองลูกสีทองเต็มต้นแล้วเตรียมนำประมูลรายได้มอบให้บ้านพักคนชรา


“ทุเรียนสีทองถ้ำสิงห์ ของแปลกแต่ดี สวนบุญมี” เป็นตาปูขาไข่ปลาสีทองลูกสีทองเต็มต้นแล้วเตรียมนำประมูลรายได้มอบให้บ้านพักคนชรา


  ตามที่เมื่อได้มีการนำเสนอข่าวปีที่ผ่านมาว่า  ที่สวนบุญมี เลขที่ 90/1 ม.1 บ้านถ้ำสิงห์ ต.ถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร นายณัฐพล หรือหนึ่ง มาแต้ม อายุ 36 ปี พร้อมด้วย นางศรีวพร หรือเอ๋ มาแต้ม อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของสวน ทุเรียนหมอนทองกว่า 12 ไร่ จำนวนทุเรียน ร่วม 300 ต้น โดยในจำนวนนี้พบว่า มีอยู่ 1 ต้น ที่มีทุเรียน จำนวน 32 ลูก ในจำนวนนี้มีอยู่ 16 ลูกที่มีสีทองเหลืองอร่าม โดยต่อมาได้มอบให้กับทางจังหวัดชุมพร นำไปประมูลหายได้ และจะนำไปทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนฯราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ดังทราบแล้วนั้น ล่าสุด ณ วันนี้(22 พ.ค.2561) ทุเรียนต้นดังกล่าว ก็ได้ ออกช่อและลูกเป็นสีทองดกเต็มต้นอีกแล้ว




   เอ๋และหนึ่ง ได้กล่าวพร้อมๆกันว่า ปีที่ผ่านมาได้รับเกียรติจาก นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วย นางศิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาด จ.ชุมพร มาตัดทุเรียนด้วยตัวของท่านเอง เพื่อนำไปทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนฯ ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และอีกจำนวนหนึ่งมอบให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำไปประมูลหารายได้เป็นทุนให้กับกองทุนมูลนิธิแก้มลิงหนองใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิและปลื้มปิติในฐานะชาวสวนธรรมดาที่มีโอกาสได้ทูลเกล้าถวายพระองค์ท่าน ตนเองและครอบครัวรู้สึกดีใจมากที่ทุเรียนในสวนของตนมีสีทอง และมีโอกาสได้นำทุเรียนสีทองเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายถือว่าเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก



  “ ปีนี้เป็นปีที่2แล้วที่ทุเรียนต้นนี้ออกลูกเป็นสีทอง ซึ่งเริ่มเป็นสีทองตั้งแต่เป็นตาปูไข่ปลา พอเป็นช่อดอกก็เป็นสีทอง พอเริ่มเป็นลูกเล็กๆก็เป็นสีทองเต็มต้นแล้ว อายุ 20 วัน จากนี้ไปก็เหลือเพียงคัดลูกที่มีความสมบูรณ์ให้เหลือไว้เพียง 20-30 ลูกเท่านั้น เพื่อให้เหมาะสภาพต้นของทุเรียน และไม่ให้ต้นโทรมจนเกินไป และเมื่อผลทุเรียนโตเต็มที่ก็จะประมาณวันที่ 30-31 สิงหาคม 2561 ก็จะตัดแล้วนำไปเปิดประมูลเพื่อนำรายได้มอบให้กับบ้านพักคนชราของจังหวัดชุมพร อีกส่วนหนึ่งก็จะนำไปไหว้พ่อปู่ถ้ำสิงห์และเจ้าที่  เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย” เอ๋และหนึ่ง กล่าว
  “ ในบ้านติดกล้องวงจรปิดโดยรอบบ้าน พบว่า มีดวงไฟลอยหมุนรอบตัวอยู่ข้างบ้านแล้วก็แยกอกเป็น 2 ดวง ก่อนจะมารวมเป็นดวงเดียวอีกครั้ง จึงได้นำคลิบไปให้เพื่อนดู ต่างก็พูดกันไปต่างๆ นานา จากนั้น 2 เดือนผ่านมา ทุเรียนต้นนี้ก็เป็นสีทอง ส่วนตัวแล้วคิดเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งดีที่ ทุเรียนสีทองก็เป็นเป็นมงคลกับครอบครัว มาแต้มเป็นอย่างยิ่ง ที่สิ่งศักดิ์ประทานมาให้ จึงมีความต้องการที่จะมอบและแบ่งปันสิ่งดีๆ นี้ โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองสีทองใครได้รับประทานก็จะมีโชคลาภมีความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว  ”เอ๋และหนึ่ง กล่าว
  อย่างไรก็ตาม เจ้าของสวนยังมีแนวคิดว่า หากทุเรียนต้นนี้มีลูกสีทองตลอดไป ก็จะจดสิทธิบัตรแล้วก็ตั้งชื่อสายพันธ์ใหม่โดยเฉพาะควบคู่กับการทำบุญเป็นประจำทุกๆตลอดไปด้วย





ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย (นิด ดาวใต้)

ชุมพร - การประชาสัมพันธ์และประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 พื้นที่ชายฝั่งบริเวณวัดถ้ำโพงพาง ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

 ชุมพร - การประชาสัมพันธ์และประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 พื้นที่ชายฝั่งบริเวณวัดถ้ำโพงพาง ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร  ...